ข้อผิดพลาดที่ทำให้คนส่วนใหญ่พลาด สิทธิ์ลดหย่อนภาษี

ข้อผิดพลาดที่ทำให้คนส่วนใหญ่พลาดสิทธิ์ลดหย่อนภาษี

ข้อผิดพลาดที่ทำให้คนส่วนใหญ่พลาดสิทธิ์ลดหย่อนภาษี

          เมื่อใกล้ถึงช่วงยื่นภาษี หลายคนเริ่มทบทวนรายได้ ค่าใช้จ่าย และสิทธิประโยชน์ที่ช่วยให้ภาระภาษีเบาลง โดยเฉพาะสิทธิ์ “ลดหย่อนภาษี” ที่กฎหมายอนุญาตให้นำค่าใช้จ่ายบางประเภท เช่น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ กองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. หรือดอกเบี้ยกู้บ้าน มาลดหย่อนภาษีได้ แต่ถึงแม้จะมีสิทธิ์เหล่านี้ หลายคนกลับ พลาดสิทธิ์ ไปเพราะความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ จนต้องเสียภาษีมากกว่าที่ควร บทความนี้จึงรวบรวม ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด และวิธีหลีกเลี่ยง เพื่อช่วยให้คุณใช้สิทธิ์ได้เต็มที่

1. ไม่เริ่มวางแผนแต่เนิ่น ๆ

การวางแผนภาษีไม่ใช่เรื่องที่ทำเพียงปลายปี เพราะสิทธิ์หลายอย่างต้องอาศัยเวลา เช่น

  • RMF ต้องลงทุนสม่ำเสมอและถือครองตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
  • ประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพต้องเลือกแผนและวงเงินเบี้ยที่เหมาะสมกับเพดาน

หากรอจนสิ้นปี มักรีบตัดสินใจแบบไม่รอบคอบ หรือเลือกผลิตภัณฑ์การเงินที่ไม่เหมาะสม
ทางแก้: เริ่มวางแผนตั้งแต่ต้นปี โดยกันรายได้บางส่วนไว้ใช้สิทธิลดหย่อน จะทำให้เลือกได้อย่างคุ้มค่า

2. ใช้สิทธิ์ซ้ำซ้อน หรือเกินเพดาน

หนึ่งในความผิดพลาดหลักคือการไม่รู้เพดานสิทธิ์ ทำให้ซื้อเกินไปโดยเสียเงินแต่ไม่ได้สิทธิ์เพิ่ม เช่น

  • ประกันชีวิต/สะสมทรัพย์ ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
  • ประกันสุขภาพ ของตัวเอง ลดหย่อนได้ไม่เกิน 25,000 บาท (รวมกับประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท)
  • ประกันสุขภาพบิดามารดา ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาท
  • ประกันบำนาญ ลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของรายได้และไม่เกิน 200,000
  • RMF ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของรายได้และไม่เกิน 500,000
  • โดยมีเงื่อนไขที่สำคัญคือ RMF, กบข., กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ประกันบำนาญ รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท 

ทางแก้: ตรวจสอบเพดานทุกครั้ง และใช้โปรแกรมคำนวณภาษีออนไลน์หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

3. ไม่เก็บเอกสารหลักฐาน

แม้ว่าปัจจุบันหลายอย่างตรวจสอบได้ในระบบ e-Tax เช่น เบี้ยประกัน หรือกองทุน แต่สิทธิบางประเภทต้องใช้เอกสาร เช่น

  • ใบรับรองการบริจาคเพื่อการศึกษา การกุศล หรือพรรคการเมือง
  • ใบเสร็จดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อบ้าน

หากไม่มีเอกสารยืนยัน คุณอาจถูกปฏิเสธสิทธิ์ได้
ทางแก้: เก็บเอกสารทุกครั้ง และตรวจสอบความครบถ้วนก่อนยื่นภาษี

4. เข้าใจผิดเกี่ยวกับเงื่อนไขสิทธิ์

หลายสิทธิ์มีรายละเอียดเฉพาะ เช่น

  • การบริจาคเพื่อการศึกษา ลดหย่อนได้ 2 เท่า แต่ต้องบริจาคให้หน่วยงานที่กรมสรรพากรประกาศรับรอง
  • RMF ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี (เว้นได้ไม่เกิน 1 ปี) หากหยุดเกินจะถูกเพิกถอนสิทธิ์
  • ประกันสุขภาพที่ซื้อ ต้องเป็นกรมธรรม์ที่กรมสรรพากรยอมรับ

หากไม่เข้าใจ อาจใช้สิทธิ์ผิดและเสียสิทธิ์ไปโดยไม่รู้ตัว

5. ไม่เลือกสิทธิ์ที่เหมาะกับฐานภาษีของตัวเอง

สิทธิ์แต่ละแบบคุ้มค่าไม่เท่ากัน ขึ้นกับฐานภาษี เช่น

  • ฐานภาษีสูง (20–30%) → RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะช่วยประหยัดได้มาก
  • ฐานภาษีต่ำ (5–10%) → การซื้อประกันสุขภาพหรือดอกเบี้ยบ้านอาจคุ้มค่ากว่า

ทางแก้: ประเมินฐานภาษีตัวเองก่อน แล้วเลือกสิทธิ์ที่ช่วยประหยัดได้จริง

6. เชื่อข้อมูลบอกต่อ โดยไม่ตรวจสอบ

เช่น “ซื้อประกันอะไรก็ลดหย่อนได้หมด” หรือ “ลงทุนกองทุนแล้วไม่ต้องเสียภาษีเลย” ซึ่งไม่จริงทั้งหมดทางแก้: ตรวจสอบข้อมูลจากกรมสรรพากร เว็บไซต์ทางการ หรือสอบถามผู้เชี่ยวชาญ

7. ยื่นภาษีผิดวิธี หรือยื่นช้า

หากยื่นผิด หรือยื่นเกินกำหนด จะเสียสิทธิ์ทันที และอาจถูกปรับเงินเพิ่มด้วย
ทางแก้: ยื่นให้ตรงเวลา (ภายในวันที่ 31 มีนาคม หรือยื่นออนไลน์ได้ถึง 8 เมษายนของทุกปี) และตรวจสอบข้อมูลก่อนกดยืนยัน

ลดหย่อน 2568

สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเป็น เครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยให้คุณประหยัดเงิน และวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หลายคนพลาดสิทธิ์ไปเพราะไม่รู้เพดาน ไม่เก็บเอกสาร หรือเข้าใจเงื่อนไขผิด

ปีภาษี 2568 มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ กองทุน SSF ถูกยกเลิกแล้ว หากยังเข้าใจผิดคิดว่ายังลดหย่อนได้ อาจเสียสิทธิ์ทันที ดังนั้นการอัปเดตข้อมูลล่าสุดจึงเป็นเรื่องจำเป็น

วางแผนให้ถูกต้อง เก็บเอกสารครบ และใช้สิทธิ์ให้เต็มเพดาน จะทำให้คุณไม่เสียโอกาสประหยัดภาษี และยังวางแผนอนาคตได้มั่นคงยิ่งขึ้น

ลองคุยก่อน เปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ

ให้ InsureHub ดูแลคุณ คุณสามารถกรอกข้อมูล เพื่อให้ผู้เชียวชาญของเราติดต่อคุณกลับ ในการเลือก ประกันที่คุณถูกใจ

    กรุณาฝากข้อความ ชื่อ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ เราจะติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด